ใกล้เข้ามาแล้วกับ “วันไหว้บะจ่าง” ซึ่งในปีนี้จะตรงกับวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 หลายคงมองหาสูตรทำบะจ่างกัน เพราะบะจ่างไม่เพียงแต่เป็นนางเอกของงานนี้ แต่ยังเป็นกิจกรรมให้คนในครอบครัวได้ทำร่วมกัน หรือเป็นเมนูที่สร้างความท้าทายให้คนชอบทำอาหารได้ทำกันอีกครั้งในปีนี้
วันนี้ทีมข่าวพีพีทีวีจึงได้รวบรวมเคล็ดลับการทำบะจ่างสูตรโบราณ จากสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร มาฝากทุกกัน!
วัตถุดิบของบะจ่าง
- ถั่วลิสง
- เห็ดหอม
- กุ้งแห้ง (แบบจืด)
- พริกไทย
- ไชโป๊ว
- ไข่เค็ม
- หมูชิ้น/หมูสามชั้น
- ข้าวเหนียวเขี้ยวงู
- กระเทียม
- กุนเชียง
- ใบไผ่ (สำหรับห่อ)
- ซีอิ้ว
การเตรียมใบไผ่ห่อบะจ่าง
- ต้มใบไผ่ เพื่อให้ใบนุ่มขึ้นและแช่น้ำทิ้งไว้ให้เย็น
- ตัดหัว หางใบไผ่
- ล้างใบ โดยการนำใบมาถูกันให้สะอาด
วิธีทำบะจ่าง
- แช่ข้าวเหนียวประมาณ 3 ชั่วโมง
- ต้มถั่วลิสงใส่เกลือเล็กน้อย เพื่อความกลมกล่อม
- ผัดไชโป๊วรวมกับกระเทียม
- ผัดเห็ดหอมจนแห้ง เติมน้ำลงไปต้มต่อ และใส่ซีอิ้ว
- นำทุกอย่างมาสะเด็ดน้ำจนแห้ง นำน้ำที่ได้มาจากการสะเด็ดน้ำมาผัดกับข้าวต่อ ปรุงรสด้วยพริกไทย
- นำทุกอย่างมาห่อรวมกัน เสร็จแล้วนำมาต้ม 1 ชั่วโมง และนึ่งต่ออีก 1 ชั่วโมง
ประโยชน์ของบะจ่าง
“บะจ่าง” ถือเป็นเมนูเพื่อสุขภาพอย่างหนึ่ง เนื่องจากในห่อของบ๊ะจ่าง ประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่มีสารอาหารมากมาย ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต รวมไปถึงสมุนไพร พืชพันธุ์ธัญญาหาร
ข้าวเหนียว : บำรุงชี่และม้าม ช่วยให้เจริญอาหาร
ใบไผ่ : ระบายความร้อน เสริมน้ำ และช่วยขับปัสสาวะ
เห็ดหอม : สร้างภูมิต้านทาน บำรุงกระดูก หัวใจ และช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
ไชโป๊ว : ล้างพิษ ขับพิษในร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหาร และทำให้นอนหลับง่าย
ถั่วลิสง : แก้พิษแดด คลายความร้อน ลดความเครียด เพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยสงบจิตใจ และบำรุงกระเพาะม้ามให้แข็งแรง
อย่างไรก็ตาม บะจ่างเป็นเมนูอาหารที่ให้พลังงานสูง แม้ว่าจะมีประโยชน์แต่ก็ควรกินอย่างพอเหมาะ เพราะถ้ากินในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ย่อยยาก กระเพาะอาหารทำงานหนักได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักพัฒนาสังคม และ หัวเฉียว