“บะจ่าง” นอกจากจะเป็นอาหารที่สำคัญของชาวจีน ยังเป็นอาหารที่อร่อยน่าลิ้มลองอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะมีตำนานที่ลึกซึ้งสุดกินใจซ่อนอยู่ด้วย โดยบะจ่างจะมีลักษณะเป็นข้าวเหนียวห่อใบไผ่หรือใบอื่น ๆ ภายในมีไส้ต่าง ๆ เช่น ถั่วแดง ไข่เค็ม หรือเนื้อหมู ในเทศกาลนี้ ผู้คนจะทำบะจ่างเพื่อเป็นการระลึกถึงชวีหยวนและเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความทรงจำถึงอดีต
ชวีหยวนเป็นใคร เกี่ยวข้องอย่างไรกับชาวจีน และเทศกาลบะจ่าง มาหาคำตอบกัน
“บะจ่าง” กับความเชื่อเรื่องเทพเจ้ามังกร
อย่างที่บอกไปแล้วว่า เทศกาลบะจ่าง มีชื่อในภาษาจีนว่า เทศกาลตวนอู่(端午節)ซึ่งหมายถึง การเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้อาหารเน่าเสียง่าย เก็บได้ไม่นาน ชาวจีนโบราณจึงได้ทำบะจ่างที่มีข้าวเหนียวเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีถนอมอาหารให้เก็บได้นานขึ้น และนำใบไผ่มาห่อ โดยใบไผ่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยระบายความร้อน
นอกจากนี้ยังมีการบันทึกว่า เทศกาลบะจ่างนั้น เริ่มต้นมาจากการบูชาเทพเจ้ามังกร ซึ่งเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอู๋เย่วเคารพนับถือ โดยกลุ่มคนเหล่านี้ สมัยก่อนนั้นเชื่อว่าตนเองเป็นลูกหลานของมังกร และมีพิธีบูชาเทพเจ้ามังกรอีกด้วย
วิธีบูชาเทพเจ้ามังกรของชาวอู๋เย่ว พวกเขาจะใช้ใบไม้ห่ออาหาร หรือใส่อาหารลงในกระบอกไม้ไผ่แล้วโยนลงน้ำ พร้อมขอพรให้เก็บเกี่ยวพืชผลได้อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมพายเรือมังกร ว่ากันว่าในสมัยโบราณ ชาวจีนมีความเชื่อว่า เรือเป็นยานพาหนะปัดเป่า ขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้ออกไป ยิ่งพายเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี
“บะจ่าง” กับความเชื่อว่าวันที่ 5 เดือน 5 เป็นเวลาแห่งความชั่วร้าย
ชาวจีนโบราณเชื่อว่า วันที่ 5 เดือน 5 เป็นช่วงเวลาแห่งความชั่วร้าย ไม่เป็นมงคล เพราะเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วจะมียุง มด แมลง หรือสัตว์มีพิษต่าง ๆ เริ่มปรากฎตัวออกมา จนทำให้เกิดโรคระบาด
ถึงกับมีสำนวนจีนโบราณเกิดขึ้นว่า
“เทศกาลตวนอู่ อากาศร้อน สัตว์มีพิษทั้งห้าถูกปลุก ไร้ซึ่งความสงบสุข”
(端午節,天氣熱,五毒醒,不安寧。)
โดยสัตว์มีพิษทั้ง 5 นั้น ประกอบไปด้วยงู แมงป่อง แมงมุม ตะขาบ และคางคกนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ จึงมีธรรมเนียมต่าง ๆ เกิดขึ้นเพื่อไล่สิ่งชั่วร้าย สัตว์ร้ายและโรคระบาดออกไป อย่างในเทศกาลบะจ่างก็จะมีการแขวนหญ้าอ้ายเฉ่า (艾草) ที่มีกลิ่นฉุน พร้อมสมุนไพรจีนอื่น ๆ ไว้ที่ประตูบ้าน พร้อมทำความสะอาดบ้าน จุดเครื่องหอม ให้มีบรรยากาศสดชื่น เพื่อขับไล่วิญญาณร้าย และป้องกันสัตว์มีพิษเข้ามาอยู่ในบ้าน
นอกจากบ้านหอมแล้ว ชาวจีนโบราณยังพกถุงหอมติดตัว โดยแขวนไว้ที่หน้าอก โดยเชื่อว่าจะช่วยขจัดสิ่งที่ไม่ดี และนำพาโชคดีมาให้ โดยในถุงหอมก็จะมีสมุนไพรจีนช่วยป้องกันสัตว์ร้ายอีกเช่นกัน
และอีกหนึ่งธรรมเนียมคือการผูกข้อมือด้วยด้าย 5 สี ความเชื่อนี้คล้ายกับการผูกสายสิญจน์ในบ้านเรานั่นเอง แต่ชาวจีนนิยมผูก 5 สี ได้แก่ สีเขียว สีแดง สีขาว สีดำ และสีเหลือง สีทั้งหมดนี้เป็นสีแห่งความโชคดี และเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลบะจ่าง เพื่อให้ผู้รับมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อายุยืน และป้องกันอันตรายจากสิ่งต่าง ๆ
จะเห็นได้ว่าเทศกาลบะจ่าง มีหลากหลายธรรมเนียมและความเชื่อซ่อนอยู่ในนั้นมากมาย และทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องโชคดี ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่มากับโรคระบาดและสัตว์มีพิษ
ซึ่งทั้งบะจ่าง ถุงหอมต่าง ๆ ล้วนถูกทำขึ้นด้วยความรักและความห่วงใยซึ่งกันและกัน เปรียบเสมือนเป็นการอวยพรให้ทุกคนผ่านช่วงเวลาเลวร้ายไปได้นั่นเอง
“บะจ่าง” กับ ‘ชวีหยวน’ ตำนานจีนยิ่งใหญ่สุดกินใจ
ในสมัยจั้นกว๋อ กษัตริย์ฉู่เซียนอ๋องทรงโปรดปรานขุนนางกังฉินเป็นอย่างมาก ต่อมากวีผู้รักชาตินาม ‘ชวีหยวน’ ได้พูดเตือนพระองค์ ทำให้ชวีหยวนถูกปลดจากตำแหน่ง และถูกขับไล่ออกจากเมืองหลวง
นอกจากนี้รัฐฉินยังถูกรัฐฉู่เข้ารุกรานจนประเทศล่มสลาย ข้าวยากหมากแพง ประชาชนอดอยาก ยากไร้ ชวีหยวนจึงรู้สึกอดสูแก่ใจที่ไม่อาจช่วยเหลือประเทศชาติ จึงได้จึงกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เมื่อชาวบ้านที่นับถือในตัวชวีหยวนทราบเรื่องเข้า ก็ช่วยกันงมหาร่างของชวีหยวน แต่ก็ไม่พบ
และเพื่อเป็นการระลึกถึงความรักชาติของชวีหยวน ชาวบ้านจึงได้มีการโยนบะจ่างลงในน้ำเพื่อให้บรรดาสัตว์น้ำน้อยใหญ่มากินบะจ่าง แทนการกินร่างของชวีหยวน ตำนานเรื่องนี้นั้น สอดแทรกข้อคิดในการใช้ชีวิตอย่างมาก เป็นเหมือนกุศโลบายของคนจีนโบราณที่ต้องการสอนให้ลูกหลานตระหนักถึงคุณธรรม และให้ข้อคิดว่า
“การที่เรามีชีวิตอยู่ ไม่สำคัญเท่ากับการที่เราจากโลกนี้ไปแล้วคนเขาพูดถึงเรากันอย่างไร”
ขอบคุณข้อมูลจาก: Radio Taiwan INTL, วารสาร ‘ย่านจีนถิ่นบางกอก’