หลังข่าวการตายของเสือดำ ที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.พ.61 โดยมีผู้ต้องหาเป็นเจ้าสัวใหญ่แห่งวงการก่อสร้างระดับแสนล้าน นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน พร้อมของกลางเป็นซากเสือดำ ซากไก่ฟ้าหลังเทา และเนื้อเก้ง ทำให้ข่าวนี้ถูกจับตาจากคนในสังคมอย่างต่อเนื่อง
คล้อยหลังข่าวการจับกุมตัวนายเปรมชัย พร้อมพวก เพียงไม่กี่ชั่วโมง ปฏิกิริยาตอบกลับของคนในสังคมต่อข่าวนี้รุนแรงและต่อเนื่อง จนเป็นปรากฏการณ์โซเชียล แซงชั่น “Social Sanction” หรือที่เรียกว่า วิธีการ กระบวนการทางสังคม เพื่อสร้างการควบคุม และสร้างบทลงโทษทางสังคม
เริ่มจากกราฟฟิตี้รูปเสือดำถูกยิงหัวเลือดอาบร่ำไห้ ที่ถูกวาดบนแผ่นป้ายบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริเวณเขตการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจเพียง 2 วัน ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 61 มีเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อ Headache Stencil โพสต์ภาพกราฟฟิตี้บนกำแพงเป็นรูปเสือดำพร้อมมีสัญลักษณ์ลำโพงถูกปิดเสียง บริเวณซอยสุขุมวิท 58 ทำให้ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกสังคมออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมียอดแชร์กว่า 38,000 ครั้งแล้ว
ต่อมาเฟซบุ๊กแฟนเพจดังกล่าว ได้โพสต์รายงานว่าภาพกราฟฟิตี้ดังกล่าวถูกลบออกแล้วโดยเจ้าหน้าที่ ก่อนจะตัดพ้อเป็นข้อความสั้นๆว่า “ลบทำไม ทุ่งใหญ่ยังไม่ใหญ่เท่าคุณ”
ด้านดารานักร้องนักแสดงทั่วฟ้าเมืองไทยต่างให้ความสนใจในการตายของเสือดำที่ทุ่งใหญ่นเรศวรครั้งนี้เป็นอย่างมาก นำโดย สุเมธ องอาจ นักร้องระดับตำนานที่แต่งเพลง “สัตว์นรกแห่งทุ่งใหญ่” โดยมีเนื้อหากล่าวถึงเสือดำที่ตายอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรมจากน้ำมือคนมีอำนาจ ส่วนป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ นักแสดงชื่อดัง ก็ได้โพสต์ภาพเสือดำพร้อมแคปชั่นลงในอินสตาแกรมส่วนตัวอยู่ทุกวัน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมแทนเสือดำที่ตายจากไป นอกจากนี้ยังมีเหล่าบรรดานักร้องนักแสดงอีกมากมายที่ออกมาเคลื่อนไหวทางสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการตายจากไปของเสือดำ ณ ทุ่งใหญ่นเรศวรในครั้งนี้ โดยสามารถติดตามได้จากแฮชแท็ก #ทุ่งใหญ่ #เสือดำต้องไม่ตายฟรี #แววตาเสือดำ #ripน้องเสือดำ
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้เคลื่อนไหวทางสังคม ที่ออกมารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ภายใต้ชื่อกลุ่ม ทรีชาร่า โดยมีจุดประสงค์เพื่อประกาศเจตนารมณ์ว่าวันนี้สัตว์และสิ่งแวดล้อม โดนกระทำหนักมากและไม่มีมนุษย์คนไหนที่จะสนใจเข้ามาดูแลรักษาป่าและสิ่งแวดล้อมที่โดนกระทำ ซึ่งเสือดำไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวแทนของสัตว์ แต่เสือดำยังเป็นตัวแทนของคนตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทุกวันนี้เห็นได้ชัดเจนถึงการปฏิบัติตัวของผู้ที่มีเงินและมีอำนาจที่สามารถฆ่าเสือดำได้แต่ยังไม่ถูกจับส่วนข้อเรียกร้องหลักๆ คือ ต้องการให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสันติและมุ่งเน้นการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีกับผู้ที่ฆ่าเสือดำ
มุมมองทางด้านจิตวิทยาต่อปรากฏการณ์ “โซเชียล แซงชั่น” คดีเปรมชัย
นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้ความเห็นเรื่องปรากฏการณ์โซเชียล แซงชั่น กรณีข่าวนายเปรมชัย ลักลอบล่าสัตว์ในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ว่า การเกิดโซเชียล แซงชั่น สามารถเกิดได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ แต่ในกรณีที่กำลังพูดถึงกันมากตอนนี้เป็นโซเชียล แซงชั่นด้านลบ หรือ การลงโทษทางสังคม ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของสังคมที่ไม่ยอมรับพฤติกรรมบางอย่างของคนในสังคมเดียวกัน เนื่องจากพฤติกรรมนั้นเบี่ยงเบนออกไปจากบรรทัดฐานทางสังคม (social norms) ซึ่งต้องมาดูกันว่า บรรทัดฐานทางสังคมที่ถูกกระทบอย่างรุนแรงจนทำให้คนโกรธเคืองเป็นจำนวนมากครั้งนี้ คือเรื่องอะไร?
ประการแรก มองว่าเป็นเรื่องบรรทัดฐานทางสังคมเกี่ยวกับสัตว์ป่า โดยทั่วไปคนมีความรักสัตว์ รู้สึกต่อสัตว์ใหญ่เหมือนสิ่งมีชีวิตร่วมโลก รู้สึกต่อสัตว์ป่าสงวนทั้งหลายเหมือนเป็นสมบัติของชาติ และของคนในชาติร่วมกัน เมื่อภาพซากสัตว์ป่าปรากฏขึ้น ย่อมสะเทือนใจต่อคนจำนวนมากและรู้สึกถึงความสูญเสีย
ประการที่สอง เป็นเรื่องบรรทัดฐานทางสังคมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญและส่งให้เกิดผลต่อเนื่องยาวนาน เนื่องจากธรรมชาติของคนในสังคมนั้นต้องการความยุติธรรมต่อตนเองและครอบครัว ต้องการความเท่าเทียมกัน รังเกียจอำนาจที่ไม่ชอบธรรม กระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีของคนรวย ผู้มีอำนาจ ผู้มีอิทธิพล จึงมักถูกจับตามองอย่างมากเสมอจากประชาชน เพราะมีความเข้าใจที่ฝังลึกอยู่ในสังคมไทยว่าสังคมของเราไม่ได้มีความเท่าเทียมกันในการถูกบังคับใช้กฎหมาย มีชนชั้นของคนในสังคมชัดเจน คนจนรู้สึกสู้คดีได้ยาก เสมือนว่ากฎหมายมีไว้เพื่อบังคับใช้กับคนจนที่ไร้เส้นสายและพวกพ้อง ในขณะที่คนรวยรู้ช่องทางกฎหมายมากกว่า มีเงินจ้างทนายความ ประวิงเวลาคดีได้ยาวนาน และสามารถประกันตัวได้
เมื่อรู้สึกว่าบรรทัดฐานทางสังคมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมถูกสั่นคลอน ความรู้สึกโกรธแค้นของชนชั้นกลางและรากหญ้าจึงค่อยๆ สั่งสมตัวมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีทีผ่านมามีเรื่องจำนวนมากที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาของสังคมคล้ายๆ กัน เช่น คดีคนรวยขับรถชนคน คดีหมิ่นประมาท หรือเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินต่างๆ ของผู้ทรงอิทธิพล เมื่อคนในสังคมเอาคดีเหล่านี้มาเทียบกับตนเองว่าถ้าเป็นตนเองคงถูกลงโทษอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกอยุติธรรมเหล่านี้จึงหยั่งรากฝังลึกและสั่งสมมากขึ้นเรื่อยๆ ในจิตใจของคนไทย
นพ.วรตม์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เห็นชัดเจนน่าจะเป็นความโกรธแค้นที่เกี่ยวข้องกับบรรทัดฐานทางสังคมทั้ง 2 ข้อ ที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน ในช่วงแรกคนอาจจะตื่นตกใจและโกรธเคืองต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นหรือตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี อารมณ์ในช่วงแรกนี้จะเป็นเสมือนเชื้อไฟจุดชนวนของสังคมให้มีความตื่นตัวต่อเรื่องนั้น เมื่อผ่านไปสักพักความโกรธแค้นมักจะถูกหันเหไปทางเรื่องกระบวนการยุติธรรมเกือบทุกครั้ง และจะถูกสังคมติดตามอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะมีความคืบหน้าด้านความยุติธรรมหรือมีประเด็นสังคมอื่นที่เข้ามาดึงความสนใจแทน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความรู้สึกไม่เท่าเทียมในสังคมที่รุนแรง และความรู้สึกไร้อำนาจในสังคม “โซเชียล แซงชั่น” จึงเป็นการตอบโต้ที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างอำนาจและความยุติธรรมที่คนรู้สึกว่าขาดหายไป
นอกจากนี้จะเห็นได้ว่า การรวมตัวเพื่อทำโซเชียล แซงชั่นปัจจุบันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ตามเทคโนโลยีการสื่อสารที่พัฒนามากขึ้น โดยมีหัวใจสำคัญเป็นสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และเว็บบอร์ด โซเชียลมีเดียเหล่านี้เป็นเหมือนแหล่งรวมสมอง ความรู้ และข้อมูลข่าวสารต่างๆ (Collective Intelligence) ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งรวบรวมอารมณ์ของผู้ใช้งานทุกคนด้วย ในสมัยก่อนที่จะมีโซเชียลมีเดีย การจะรวบรวมคนที่มีอารมณ์แบบเดียวนั้นอาจทำได้ยาก ในขณะที่ปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถนำคนที่มีอารมณ์โกรธ แค้น เคือง กลัว เสียใจ มารวมตัวกันได้อย่างง่ายดาย จากนั้นจึงใช้ทั้งข้อมูลที่ช่วยกันรวบรวมและอารมณ์ร่วมในการผลักดันให้เกิดการลงโทษทางสังคมต่อไป
แนะมีสติคัดกรองข้อมูล-ร่วม "โซเชียล แซงชั่น" ภายใต้กฎหมาย
นพ.วรตม์ แนะนำการใช้โซเชียลมีเดีย ว่า การใช้งานโซเชียลมีเดียมักเป็นดาบสองคมสำหรับผู้ใช้งานโดยขาดสติเสมอ เพราะบางครั้งมือไปไวกว่าสติ พออ่านเรื่องที่เขาเล่าๆกันมา เรื่องตัดภาพมาให้เห็นเพียงสั้นๆ ก็ด่วนสรุปตัดสินว่าภาพรวมทั้งหมดต้องเป็นตามภาพเล็กนั้น บางครั้งอ่านแล้วก็ตื่นเต้นตาม สนุกดี มีอารมณ์ร่วม โดยอาจมองข้ามเนื้อหาที่สำคัญ บางเรื่องสังคมตัดสินโดยใช้ข้อมูลเรื่องเดิมที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งที่เป็นคนละเรื่องกันแล้วโยงเข้าหากันตามอารมณ์ของตนเอง
ดังนั้น การรับข้อมูลจำนวนมากในปัจจุบันควรคัดกรองอย่างดี ไม่อ่านแต่เพียงหัวข้อ จะดีมากหากมีการหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยจากหลายๆ สื่อ มีสติยั้งคิดพิจารณาอย่างรอบๆ ด้าน ไม่ทำไปตามเพียงอารมณ์ความรู้สึกและเหตุผลเราเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น ไม่เช่นนั้น อาจเผลอเลยขอบเขต กลายเป็นการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ หรือ Cyberbullying ได้ทันที สติของตัวเราและหลักฐานเชิงประจักษ์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง
นพ.วรตม์ กล่าวว่า หากเรามั่นใจในตัวเองแล้ว การเข้าร่วมในโซเชียลแซงชั่นก็เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนมีภายใต้กรอบระเบียบของกฎหมาย โดยการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นต่างๆ ควรลดอคติที่มีต่อกัน มีสติยั้งคิดพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่มองข้ามสิทธิและเสรีภาพความเป็นมนุษย์ของมนุษย์ทุกๆ คน มุ่งเน้นเป้าหมายสูงสุดเพื่อรณรงค์ให้เกิดบรรทัดฐานที่ถูกต้องในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคุ้มครองการล่าสัตว์หรือกระบวนการยุติธรรรม ทั้งนี้ หากกระบวนการยุติธรรมมีความเป็นธรรมต่อทุกๆ ฝ่าย มีการดำเนินการอย่างเที่ยงธรรมโดยไม่สร้างข้อกังขาใดๆ ต่อสังคมแล้ว ความศรัทธาเชื่อมั่นของประชาชนก็จะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น และความจำเป็นของโซเชียล แซงชั่นต่อเรื่องดังกล่าวก็จะลดลงไปตามลำดับ
ความคืบหน้าคดีเปรมชัย ล่าสุด !!
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ยืนยัน การดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเม้นต์ เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ถึงแม้จะโดนกดดันจากโลกออนไลน์หรือกลุ่มคนที่ออกมาเรียกร้อง ก็ไม่สามารถทำเกินกว่าขอบเขตของกฎหมายได้ พร้อมยืนยันว่า ตำรวจกับกรมอุทยานฯไม่มีปัญหาในการประสานงาน และคดีคืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว โดยได้แจ้งข้อหาไปแล้ว 9 ข้อหาและกำลังแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาวุธปืนคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องได้ภายใน 24 มี.ค.นี้ ( อ่านข่าว : “ศรีวิราห์”คาดสรุปสำนวนส่งฟ้อง “เปรมชัย”24 มี.ค.นี้ )
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง