การประชุมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ กับที่ปรึกษาระดับสูงในห้องสถานการณ์ของทำเนียบขาว เมื่อวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่นเพื่อดำเนินการพิจารณาขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับกรอบข้อตกลงขยายระยะเวลาการหยุดยิงกับอิหร่าน ได้สิ้นสุดลงโดยยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไป
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่า ว่า เงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงคือ อิหร่านจะต้องให้คำมั่นว่าจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์หรือระเบิดนิวเคลียร์
พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์สัญจรไปมาได้อย่างเสรีทั้ง 2 ทิศทาง ตลอดจน กำจัดทุ่นระเบิดทั้งหมดที่อาจมีอยู่ในเส้นทางเดินเรือดังกล่าว
“ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียลก่อนการประชุม โดยระบุว่า พร้อมยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ เพื่อให้เรือที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่สามารถเริ่มเดินทางกลับได้ และยืนยันว่า อิหร่านจะต้องยินยอมให้สหรัฐฯ นำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกไปและทำลาย พร้อมเสริมว่า จะไม่มีการแลกเงินใด ๆ จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ส่วนประเด็นอื่นที่มีความสำคัญน้อยกว่า ได้มีการตกลงกันแล้ว
ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าว CBS ระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ จะทำข้อตกลงเฉพาะในกรณีที่เป็นประโยชน์ต่ออเมริกา และสอดคล้องกับเส้นแดงที่กำหนดไว้ว่าอิหร่านจะต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลวอชิงตันและเตหะราน เห็นชอบกรอบข้อตกลงในรูปแบบที่เรียกว่า “บันทึกความเข้าใจ” (MoU) แล้ว แต่ยังต้องรอการอนุมัติจาก “ทรัมป์” และผู้นำอิหร่าน รายงาน ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน และเปิดการเจรจาเกี่ยวกับอนาคตโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ด้าน สำนักข่าวทัสนิม สื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้าย และยังมีการแก้ไขข้อความในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า รายงานบางส่วนของสื่อที่เกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวไม่ถูกต้องหลังจากที่มีกระแสข่าวว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้บรรลุกรอบข้อตกลงเบื้องต้น เพื่อขยายระยะเวลาหยุดยิงและเริ่มการเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างถาวร
สอดคล้องกับ "เอสมาอิล บากาอี" โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านที่กล่าวว่ายังไม่มีความเข้าใจร่วมขั้นสุดท้ายในการเจรจากับสหรัฐฯ และย้ำว่า เตหะรานมุ่งเน้นไปที่การยุติความขัดแย้ง มากกว่าการหารือรายละเอียดด้านโครงการนิวเคลียร์
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 เมษายน “ทรัมป์” ย้ำหลายครั้งว่า สหรัฐฯ และอิหร่านใกล้จะบรรลุข้อตกลง และการเจรจากำลังคืบหน้า แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม