นายมิไคโล เฟโดรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลของยูเครน ระบุว่า การสู้รบที่กับรัสเซียที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้เป็นสงครามใหญ่ครั้งแรกในยุคอินเทอร์เน็ต ซึ่งโดรนและระบบดาวเทียมเข้ามามีบทบาทสำคัญที้ทำให้รูปแบบการต่อสู้เปลี่นแปลงไป
โดยจนถึงขณะนี้ยูเครนซื้อโดรนมาใช้งานแล้วประมาณ 1,400 ลำ ส่วนใหญ่เป็นโดรนสำหรับการลาดตระเวน และมีแผนว่าจะพัฒนาโดรนรุ่นใหม่ เพื่อใช้งานสำหรับการสู้รบที่สามารถทำลายโดรนระเบิดที่รัสเซียนำมาใช้ในปฏิบัติการรุกรานยูเครน
ทั้งนี้เฟโดรอฟ คาดว่า ในอนาคตจะมีภารกิจที่ต้องนำโดรนมาใช้มากขึ้น และสถานการณ์ในสมรภูมิโดรนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในเดือน ก.พ และ เดือน มี.ค. แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดในเรื่องนี้มากนัก
ขณะที่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมารัฐบาลยูเครนได้กล่าวหารัสเซียว่า ใช้โดรนที่ผลิตในอิหร่านโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ในยูเครน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธรณูปโภคต่าง ๆ จนเสียหายไปกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ ทำให้ชาวยูเครนขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าและน้ำประปา ถึงขั้นที่รัฐบาลยูเครนต้องร้องขอให้ประชาชนประหยัดพลังงานไฟฟ้าให้มากที่สุด
รัฐบาลยูเครน ระบุว่า โดรนของอิหร่านประมาณ 400 ลำ ถูกนำไปใช้โจมตีพลเรือนของยูเครน จากทั้งหมดที่รัฐบาลรัสเซียมีอยู่ในครอบครองกว่า 2,000 ลำ
ทั้งนี้รัสเซียเชื่อว่าเหตุการ์เหล่านี้เป็นฝีมือของกองทัพยูเครนที่ส่งโดรนข้ามพรมแดนเข้ามาโจมตีเป้าหมายทางทหาร ทำให้รัสเซียตอบโต้ด้วยการปูพรมยิงถล่มพื้นที่ในยูเครนหลายจุด
สำหรับครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 26 ธ.ค. ซึ่งกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า โดรนของยูเครนถูกยิงตกขณะบินในระดับต่ำเข้าไปยังฐานทัพอากาศเองเกลส์ในภูมิภาคซาราตอฟ ที่อยู่ห่างจากกรุงมอสโกประมาณช 700 กิโลเมตร และ เป็นหนึ่งในฐานทัพอากาศที่ถูกโจมตีรอบแรก โดยเศษซากจากโดรนที่ร่วงลงมาใส่ทหารช่างเทคนิค 3 นาย บาดเจ็บสาหัส จนเสียชีวิตในที่สุด